gps รถยนต์

gps รถยนต์ ใช้เพื่อติดตามและระบุตำแหน่งของวัตถุ

gps รถยนต์

gps รถยนต์ คือ การระบุตำแหน่งของวัตถุบนพื้นโลก ใช้เพื่อติดตามและระบุตำแหน่งของวัตถุนั้นๆ โดยเทคโนโลยีนี้สามารระบุได้ครอบคลุมถึงพิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูด ลองจิจูด ความเร็วบนภาคพื้น และเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เราติดตามอยู่ได้ ซึ่งระบบนี้ได้นำมาใช้กับยานพาหนะเพื่อติดตามยานพาหนะ โดยระบบเน็ตเวิร์คจะเชื่อมต่อผ่านระบบสัญญาณวิทยุหรือโทรศัพท์ไปยังระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่แสดงตำแหน่งของรถยนต์หรือยานพาหนะเพื่อให้ทราบว่ารถยนต์หรือยานพาหนะนั้นอยู่ที่ตำแหน่งใด โดยจีพีเอสจะมีระบบการวิเคราะห์และจะไปแสดงตำแหน่งให้สอดคล้องกับแผนที่โลก

GPS ประยุกต์ใช้กับรถยนต์

หลังจากที่เรามีอุปกรณ์ รับ-ส่งสัญญาณดาวเทียม GPS ผู้ประกอบการก็มาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม สร้างฮาร์ดแวร์ (Hardware) และ ซอฟต์แวร์ (Software) ทำงานร่วมกับระบบ GPS นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม GPS แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ จึงมีความแม่นยำแตกต่างกัน

ตอนนี้กำลังนิยมและมาประยุกต์ใช้ในภาคขนส่ง รวมไปถึงรถยนต์ส่วนบุคคลอย่าง GPS Tracking System มีทั้งแบบใช้เซิฟเวอร์ (เสียค่าบริการรายเเดือน) แบบ SIM Card เพื่อทำงานร่วมกับสัญญาณโทรศัพท์หรือเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็มีระบบการทำงาน 2 แบบเช่นกันคือ

​1. GPS Tracker แสดงตำแหน่งได้เรียลไทม์ (แจ้งตำแหน่งผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ) ที่สามารถดูตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์นั้นจะมีราคาสูง (หลักหมื่นบาท) รวมถึงต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนให้กับผู้ให้บริการ (เซิร์ฟเวอร์) ด้วย ส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ในรถเชิงพาณิชย์ รถฟลีทขององค์กรหรือไม่ก็รถราคาแพงเพราะมีฟีเจอร์อื่น ๆ ให้เลือกใช้งานเพิ่มเติมด้วย

​2. GPS Tracker แสดงตำแหน่งไม่เรียลไทม์หรือกึ่งเรียลไทม์ (แจ้งตำแหน่งผ่าน SMS) ข้อดีคือราคาถูกกว่า (อาจอยู่แค่หลักพันบาท) รวมถึงไม่มีค่าบริการรายเดือน จึงนิยมติดตั้งในรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เพราะเพียงพอต่อความต้องการ เช่น แจ้งตำแหน่งกรณีรถหาย เป็นต้น

เมื่อต้องการทราบตำแหน่งของรถแค่ส่งข้อความ (SMS) ผ่านมือถือเพื่อให้ GPS Tracker แจ้งพิกัดกลับมา ซึ่งผู้ใช้จะมีค่าบริการในการส่งข้อความ SMS ตามการใช้งานที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น

ส่วนจะเลือก SIM Card แบบรายเดือนหรือเติมเงินก็แล้วแต่สะดวก แต่ถ้าเลือกแบบเติมเงินก็ต้องไม่ลืมเพราะเมื่อไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ GPS Tracker ก็ไร้ประโยชน์และไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งได้

แบบ GPS ติดตามรถ

GPS ติดตามรถ แบบติดตั้งเอง (ราคาถูก) ส่วนใหญ่จะนิยมซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ ของรถและเป็นชนิดมีแบตเตอรี่สำรองในตัวนาน ๆ หรือต่อสายไฟเล็ก ๆ ในรถ รวมไปถึงเสียบกับช่องไฟ 12V สามารถสแตนด์บายได้นานมากสุดถึง 6 เดือน (เท่าที่ผู้เขียนเคยเห็นมา)

GPS ติดตามรถ แบบติดเข้ากับระบบของรถยนต์ (ราคาแพง) จะได้รับการบริการจากทางร้าน ใช้ไฟต่อตรงกับแบตเตอร์รี่รถยนต์ ทำให้มีฟังก์ชั่นพิเศษ ๆ มากกว่าติดตามตำแหน่งรถ เช่น สั่งตัดการทำงานเครื่องยนต์, ตั้งขอบเขตที่รถสามารถวิ่งได้ เป็นต้น

วิธีการ ค้นหาอุปกรณ์ติดตามในรถยนต์

ตรวจตราภายนอกของรถยนต์

1. คว้าไฟฉายกับคู่มือประจำรถ. อุปกรณ์ติดตามชนิดราคาถูกที่สุดจะเป็นแค่กล่องแม่เหล็กขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ใช่ว่าอุปกรณ์ทุกตัวจะใหญ่เทอะทะเห็นชัดกันแบบนี้ ในบางทีสัญญาณเดียวที่ผิดปกติก็เป้นแค่สายไฟที่จู่ๆ โผล่ขึ้นมาแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ ถ้าคุณไม่ได้รู้จักรถตัวเองทะลุปรุโปร่งแล้วละก็ หาหนังสือคู่มือการใช้รถมาดูเพื่อไม่ต้องลงมือรื้อชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ

2.ตรวจช่วงล่าง. คุกเข่าส่องไฟฉายดูตามขอบด้านข้างใต้ท้องรถ อุปกรณ์ติดตามส่วนใหญ่จะเชื่อมกับดาวเทียมสัญญาณ GPS และจะไม่ทำงานถ้าอยู่ลึกตรงกลางท้องรถที่ซึ่งโลหะจะบล็อกสัญญาณเชื่อมต่อ เน้นไปที่ขอบที่ขนานไปกับท้องรถ ดูว่ามีกล่องที่น่าสงสัย วัตถุที่ถูกติดไว้ด้วยเทปกาว หรืออะไรที่มีเสาวิทยุโผล่ออกมา gps

  • ถ้าคุณเจออะไรที่มันดูผิดที่ผิดทาง ลองออกแรงดึงดูเบาๆ อุปกรณ์ติดตามส่วนมากจะเป็นแม่เหล็กและจะดึงออกได้ง่ายๆ
  • ตรวจดูถังน้ำมันเป็นที่แรก ผิวหน้าที่เป็นโลหะขนาดใหญ่ทำให้มันเป็นจุดที่ใช้ติดอุปกรณ์ที่เป็นแม่เหล็กได้ง่าย

3.ตรวจดูที่ล้อให้ละเอียด. ตรวจใต้ฝาครอบแต่ละล้อด้วย โดยเฉพาะถ้าเห็นมันหลวมหรืองอ จะเจออุปกรณ์ติดตามตรงจุดนี้ได้ชัดเจนเลยทีเดียว เพราะรถจะไม่มีกล่องประหลาดใดๆ อยู่ในบริเวณนี้

  • หากมีใครสักคนสามารถใช้รถร่วมกับคุณได้ คุณอาจถอดยางออกมาดูด้านหลังของมัน แต่ส่วนใหญ่ยากจะเป็นตรงจุดนั้น แต่หากจะหาตรงนั้นจริง ให้ระวังว่าเบรกบางรุ่นจะติดระบบเซ็นเซอร์ด้านหลังล้อที่ใช้สายไฟด้วย

4.ตรวจด้านในของกันชน. กันชนทั้งด้านหน้าด้านหลังเป็นตำแหน่งภายนอกรถทั่วไปแห่งสุดท้ายที่มักจะติดอุปกรณ์ติดตามราคาถูกกัน ตรวจดูด้านหลังของมันว่ามีใครแอบสอดอุปกรณ์เข้าไปหรือไม่

  • อุปกรณ์ติดตามที่อยู่ตรงกันชนด้านหน้าอาจโยงสายไฟเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของรถยนต์ ให้เทียบสายไฟกับในหนังสือคู่มือเสมอก่อนจะถอดสายไฟอะไรออกมา

5.ตรวจดูหลังคา. ตำแหน่งนี้จะเป็นไปได้ก็มีอยู่สองทางด้วยกัน อย่างแรกก็ในรถแบบ SUV หรือรถยกสูงแบบอื่นที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์กันได้อย่างโจ๋งครึ่ม อย่างที่สองก็ตรงซันรูฟที่สามารถซ่อนอุปกรณ์ขนาดเล็กไว้ภายในช่องเลื่อนเก็บซันรูฟ

6.สุดท้ายก็เปิดฝากระโปรงดู. กระโปรงหน้าของรถนั้นมีเครื่องยนต์ที่ร้อนและถูกคนขับเปิดเช็คดูอยู่บ่อยๆ จึงเป็นตำแหน่งที่แย่มากสำหรับการติดอุปกรณ์ติดตาม แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยเสียทีเดียว เพราะถ้าแฟนที่กำลังอยู่ในอาการหึงหวงชนิดหน้ามืดตามัวหรือเพื่อนบ้านโรคจิตก็ไม่แน่ว่าอาจลองจุดนี้ได้ ลองเปิดเช็คดูก่อนจะเข้าไปตรวจหาต่อภายในตัวรถ
สายไฟที่เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่รถยนต์แบบมาจากไหนไม่รู้อาจเป็นจุดนำไป

  • สู่อุปกรณ์ติดตามได้ เปรียบเทียบสายไฟกับแผนผังในหนังสือคู่มือก่อนจะสรุปความเห็นใดๆ

การใช้งานทั่วไปสำหรับเครื่องมือติดตามรถ GPS ประกอบด้วย

  • การจัดการกองเรือ
  • จัดส่งและจัดส่งแท็กซี่
  • การรักษาแท็บให้กับวัยรุ่นผู้เยาว์ของคุณ
  • ช่วยคุณหาที่จอดรถ
  • กู้คืน

เครื่องติดตาม GPS ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในรถยนต์สามารถพบได้ในร้านค้ากล่องใหญ่เช่น Walmart ร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์เช่น Best Buy และร้านค้าเฉพาะที่ตอบสนองต่อนักวิจัยเอกชน พวกเขายังสามารถซื้อออนไลน์ได้ที่ร้านค้าปลีกเกือบทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่นอุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์เฝ้าระวัง

ตัวติดตาม GPS ของรถยนต์ทั้งหมดตกอยู่ในประเภทพื้นฐานของการใช้งานและ passive เครื่องมือติดตามที่ใช้งานอยู่ใช้ GPS เพื่อระบุตำแหน่งและส่งตำแหน่งผ่านทางการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือในขณะที่เครื่องติดตามแบบพาสซีฟจะบันทึกและเก็บข้อมูลตำแหน่ง

GPS Tracker มีความจำเป็นมากแค่ไหน
ยังมีอีกหลายคนที่ยังมองไม่เห็นความสำคัญของ GPS เครื่องติดตามรถอยู่อีกมาก อาจจะเป็นเพราะว่าไม่กล้าที่จะลองใช้ หรืออาจจะกลัวว่าต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ด้วยเหตุผลอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ไม่กล้าที่จะลองใช้กัน

รู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์ GPS ติดตามรถ ให้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน หากคุณกำลังกังวลเรื่องรถหายอยู่ แนะนำให้ติดตั้ง GPS Tracker เลยครับ จะช่วยให้เราหายห่วงเรื่องรถหายได้เลย อย่างน้อยก็ดีกว่าการปล่อยให้โดนขโมย โดยที่เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ยิ่งใช้กับรถการขนส่งสินค้า ก็ยิ่งใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น จะเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และมีความปลอดภัยในการขนส่งได้มากขึ้น ด้วยข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้เราเข้ามาจัดการได้ง่ายขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจในการบริการลูกค้าในทางที่ดีขึ้น

GPS ติดตามรถใช้รถยนต์ทั่วไป

1.ป้องกันรถหาย
เป็นปัญหาที่มีหลายๆ คนต้องมานั่งกังวลกับเรื่องรถหายอยู่ ยิ่งเป็นรถคันโปรดของเราด้วย ก็ยิ่งทำให้เรากังวลมากขึ้น และเป็นปัญหาที่เราไม่รู้ด้วยว่าจะเกิดกับตัวเราเมื่อไร แต่ทางที่ดีนั้นเราก็ควรหาอะไรที่ช่วยป้องกันรถหายได้ ซึ่ง GPS ติดตามรถ สามารถจัดการในส่วนนี้ได้ดี มีทั้งระบบรักษาความปลอดภัย และสามารถให้ข้อมูลตำแหน่งของรถเวลาทำการค้นหา จะเป็นส่วนสำคัญมากในการตามหาให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น

2.ระบบแจ้งเตือน
อุปกรณ์ชนิดนี้จะมีระบบการแจ้งเตือนหลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ เมื่อมีคนสตาร์ทรถ อุปกรณ์ตัวนี้จะแจ้งเตือนให้เจ้าของรถทราบให้ทันที แจ้งเตือนโดยการโทรเข้า อย่างที่ 2 คือ เวลารถขับเกินระยะทางที่กำหนด จะแจ้งเตือนมาทันทีโดยส่ง SMS อย่างที่ 3 คือ แจ้งเตือนเมื่อมีคนถอด GPS ออก อย่างที่ 4 คือ จะแจ้งเตือนเมื่อรถออกจากจุดจอด เป็นต้น

GPS ติดตามรถใช้กับรถขนส่ง
นอกจากมีความสามารถเหมือนกับรถยนต์ทั่วไปแล้ว หากใช้กับรถขนส่งก็ยิ่งให้ประโยชน์ได้มากกว่าเดิม ซึ่งช่วยเสริมความปลอดภัย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งได้มากขึ้น จะมีอะไรบ้าง มีดังนี้

  1. ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มกำไรของบริษัทได้
    ด้วยเหตุผลที่ว่าอุปกรณ์ตัวนี้สามารถให้ข้อมูลการขนส่งได้ ซึ่งทำให้เราวางแผนการขนส่ง และสามารถเฝ้าดูพฤติกรรมการขนส่งของพนักงานได้ ทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. ป้องกันการทุจริตในการขนส่ง
    ระหว่างทำการขนส่งของพนักงานปกติเราไม่สามารถรู้ได้ว่า พนักงานกำลังขนส่งอยู่ หรืออาจออกจากเส้นทางการขนส่ง หากออกจากเส้นทางก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้ แต่หากใช้ GPS Tracker ช่วยการนำทาง ก็ทำให้การขนส่งประหยัดค่าใช้จ่าย และรวดเร็วมากขึ้น
  3. รายงานความเร็วเกินกำหนด
    ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในการขับรถ ที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยๆ ก็มาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด จะดีมาก หากเรารู้ว่าพนักงานขับรถเร็วเท่าไร หากขับความเร็วเกินกำหนด เราสามารถเตือนเรื่องความเร็วในการขับรถของพนักงานได้
  4. เลือกเส้นทางที่ดีกว่า
    การวางแผนเรื่องเส้นทางก็เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยให้ลดเวลา ลดระยะทางการขนส่งได้มากขึ้น ซึ่งหากเราเลือกเส้นทางดีกว่า ลดการติดขัดของจราจร และมีความปลอดภัยในการขนส่ง จะช่วยให้ลดเวลาการขนส่งได้ โดยที่ไม่ต้องขับรถด้วยความเร็วเลย
  5. เรียกดูข้อมูลการขนส่งย้อนหลัง
    เป็นส่วนที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง เพื่อมาทำเป็นรายงานในการขนส่งได้ อย่างเช่น รายงานความเร็วในการขับ รายงานการจอดดับเครื่องยนต์ รายงานการเข้า – ออกงาน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาการขนส่งให้ดีมากขึ้น ด้วยข้อมูลรายงานต่างๆ นี้
  6. ให้ข้อมูลที่ชัดเจนให้กับลูกค้าได้
    เมื่อมีคำถามจากลูกค้ามาว่า ” สินค้าจะมาถึงเวลาไหน “ เราสามารถให้ข้อมูลที่มีความชัดเจนให้กับลูกค้าได้ โดยค้นหาตำแหน่งรถขนส่งอยู่สถานที่ไหน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเตรียมตัวได้ถูกเวลา และเพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *