รับจํานองที่ดิน

รับจํานองที่ดิน

รับจํานองที่ดิน การจำนอง คือ การที่บุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้จำนอง”ได้ทำนำอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ที่ดินหรือทรัพย์สินที่ข้อปฏิบัติอนุญาตให้จำนองได้ ไปจดทะเบียนไว้กับบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้รับจำนอง” เพื่อเป็นประกันในการชำระหนี้ ทั้งนี้โดยผู้จำนองไม่ต้องส่งที่ดินหรือเงินดังที่กล่าวมาแล้วนั้นให้แก่ผู้รับจำนองยกตัวอย่างเช่น นาย A ได้กู้ยืมจากนาย B เป็นจำนวนเงินสด 1 แสนบาท โดยนาย A ได้นำที่ดินของตนเองไปขึ้นบัญชีจำนองต่อบุคลากรเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเป็นการรับรองการชำระหนี้เงินกู้ยืมจำนวน 1 แสนบาท นาย A ได้กู้ไปจากนาย B โดยนาย A ไม่ต้องมอบที่ดินของตนเองให้แก่นาย B และก็นาย A ยังคงมีสิทธิครองแล้วก็ใช้สอยที่ดินของตัวเองได้ตามธรรมดาการจำนอง เพื่อเป็นการรับรองการจ่ายและชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายกรณีมันก็คือ

รับจํานองที่ดิน

1.การจำนำ สมบัติพัสถานของตนเพื่อเป็นการรับประกันการชำระหนี้ของตนอาทิเช่น นาย A ได้กู้ยืมจากนาย B 1 แสนบาท โดยนาย A นำที่ดินซึ่งเป็นของตัวเองไปจดทะเบียนจำนองต่อบุคลากรเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นการประกันการจ่ายหนี้เงินกู้ของนาย A เอง

2.การจำนำ เพื่อเป็นการรับรองการจ่ายหนี้ของบุคคลอื่นตัวอย่างเช่น นาย A ได้กู้ยืมจากนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยนาย C ได้นำที่ดินของตนไปขึ้นบัญชีจำนองต่อบุคลากรข้าราชการ เพื่อเป็นประกันการจ่ายชำระหนี้นาย A ได้กู้ไปจากนาย Bทรัพย์สินที่บางทีอาจใช้สำหรับการจำนองได้ แบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ได้ 2 ประเภท เป็น

1.อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้นว่า ที่ดิน บ้าน หรืออาคารบ้านเรือนทุกชนิดอันติดอยู่ที่ที่ดินนั้น

2.สังหาริมทรัพย์ ที่จำนองได้ เป็น

2.1)เรือกำปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระว่างตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป

2.2)แพ

2.3)สัตว์ยานพาหนะ

2.4)สังหาริมทรัพย์อื่นๆซึ่งข้อปฏิบัติได้กฎเกณฑ์ให้สมัครสมาชิกจำนำได้อย่างเช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่อื่นๆอีกมากมายหลักเกณฑ์ใน การจำนอง

1.ผู้จำนองต้องเป็นผู้ครอบครองบาปสิทธิในเงินทองที่จะจำนำ

2.คำมั่นสัญญาจำนำ จะต้องทำเป็นหนังสือและนำไปลงบัญชีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่งั้นข้อตกลงจำนำจะเป็นโมฆะ ไม่เป็นผลผูกพันแก่คู่สัญญาอะไร สำหรับเพื่อการกู้หนี้ยืมสินนั้นมีอยู่ตลอด

ที่ผู้กู้ได้นำเอาโฉนดที่ดินของตนเองไปมอบให้แก่ผู้ให้กู้เก็บรักษาไว้เฉยๆเพื่อเป็นประกันสำหรับการชำระหนี้ โดยไม่มีกระบวนการทำเป็นหนังสือและไม่ได้นำไปลงบัญชีต่อเจ้าหน้าที่ข้าราชการ

ในกรณีนี้ไม่ใช่การจำนอง ผู้ให้กู้หาไม่ได้มีสิทธิอะไรก็แล้วแต่ในที่ดินตามโฉนดอะไร ได้แค่เพียงกระดาษโฉนดเอาไว้ในครอบครองแค่นั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว

ถ้าผู้ให้กู้ตั้งใจที่จะให้เป็นการจำนองโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงควรทำเป็นหนังสือแล้วก็นำไปลงทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการ

3.จำต้องไปลงบัญชีต่อพนักงานข้าราชการที่มีอำนาจรับขึ้นทะเบียนจำนองตามกฎหมาย กล่าวคือ

3.1)ที่ดินที่มีโฉนดจึงควรนำไปขึ้นบัญชีที่กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจ.กรุงเทพฯ (สาขา) หรือที่ทำงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) ซึ่งที่ดินนั้นจำเป็นจะต้องอยู่ในเขตอำนาจ

3.2)ที่ดินที่ไม่มีโฉนด ดังเช่นว่าที่ดิน นางสาว 3 จำเป็นต้องไปขึ้นทะเบียนที่อำเภอ ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจ

3.3)การจำนองเฉพาะบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างไม่รวมที่ดินจำเป็นต้องไปสมัครสมาชิกจำนำที่อำเภอ

3.4)การจำนำสัตว์ยานพาหนะ หรือแพ จะต้องไปลงบัญชีที่อำเภอ

3.5)การจำนำเรือต้องไปจดทะเบียนจำนองที่กรมเจ้าท่า

3.6)การเขียนทะเบียนเครื่องจักรต้องไปสมัครสมาชิกที่กระทรวงอุตสาหกรรม

ขายฝากบ้านที่ดิน ที่เราควรรู้ขายฝากบ้านที่ดิน อีกหนึ่งสาเหตุที่ควรที่จะนำมาพินิจก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกกรมเว้นแต่ดอกหรือเงินเดือนที่จำเป็นต้องเสียแล้วคือค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าธรรมเนียมในธุรกรรมขายฝากบ้านทางHomeLoanได้สรุปค่าใช้จ่ายให้ทราบดังนี้ค่าธรรมเนียมสำหรับการจดจำท่วมค่าธรรมเนียมคำขอจำนองแปลงละ 5 บาท

ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนำแต่ว่าต้องไม่เกิน 200,000 บาทค่าอากรแสตมป์ตามวงเงินจำนองเป็นทุก 2,000 บาทเสียค่าอากรแสตป์ 1 บาทแม้กระนั้นจำต้องไม่เกิน 10,000 บาท

ค่าธรรมเนียมในการไถ่คืนจำนำค่าธรรมเนียมคำร้องขอจดจำนองแปลงละ 5 บาทค่าขึ้นทะเบียนชนิดไม่มีเงินทุนแปลงละ 50 บาทค่าธรรมเนียมสำหรับการเขียนขายฝาก (เทียบเท่าการขาย)

ค่าธรรมเนียมกระบวนการทำนิติกรรมขายฝาก 2% ของราคาประเมินกรมที่ดินหรือยอดเงินขายฝากค่าภาษีรายได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ( 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาจำหน่าย)

ไม่ต้องชำระถ้าครองทรัพย์สมบัติเกิน 5 ปีค่าอากรแสตมป์( กรณีไม่เสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ) 200 บาทติดอากรแสตมป์ 1 บาท (0.50 %) ตามราคาประเมินหรือราคาจำหน่าย

ค่าธรรมเนียมสำหรับเพื่อการไถ่ถอนขายฝากค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาทค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่าภาษีอากรธุรกิจเฉพาะค่าอากรแสตมป์ 0.50% ของราคาประเมินหรือยอดสินไถ่

จำนองเฉพาะส่วน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับในการทำธุรกรรมกันเลยก็ว่าเหมาะควรจะมีการศึกษาเล่าเรียนถึงข้อมูลให้ดีรวมทั้งเล่าเรียนถึงสัญญาก่อนจะมีการปฏิบัติงาน

อย่างวันนี้เราจะมากล่าวถึงการจำนำเฉพาะส่วนซึ่งสำหรับในการจำนองส่วนนี้สามารถจำนำเฉพาะส่วนของตนได้โดยที่ไม่ต้องให้ผู้ร่วมเจ้าของอื่นๆมาจำนำร่วมกัน

สำหรับการจำนำเฉพาะส่วนก็เลยสามารถที่จะมีการทำความเข้าใจได้เลยว่าถึงแม้ว่าจะมีการลงทะเบียนเป็นเจ้าของมากกว่า 1 คนก็สามารถที่จะมีการจำนำได้ซึ่งถ้าว่าผู้ครอบครองอื่นๆ

ไม่เห็นด้วยในการจำนองหรือเปล่ามีการยอมสำหรับในการจำนอง ในส่วนนี้ก็ไม่อาจจะจำนำอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดทั้งปวงได้แม้กระนั้นสามารถที่จะจำนำในเฉพาะส่วนของตนเองได้นั่นเอง

โดยที่คนอื่นๆไม่มีส่วนเกี่ยวสำหรับเพื่อการจำนำคราวนี้ซึ่งทั้งนี้คุณเองสามารถที่จะปฏิบัติการได้รวมทั้งแน่ๆว่าหากคุณนั้นมิได้ปฏิบัติตามสัญญาของข้อบังคับที่ได้เจาะจงไว้ส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้เสียไปก็เป็นเฉพาะส่วนของคุณนั้นเอง

โดยเหตุนั้นแล้วจึงสรุปได้เลยว่าสำหรับคนที่มีการขึ้นทะเบียนด้วยกันคนไม่ใช่น้อยแม้กระนั้นมีความต้องการจะจำนองท่านเดียวก็สามารถที่จะทำได้เฉพาะส่วนของตัวเองหากว่าแต่ละฝ่ายไม่ได้มีการยินยอมจึงทำให้ทุกท่านมีความรู้และมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ถ้ามีการทำธุรกรรมจำพวกนี้ก็สามารถที่จะลดการเช็ดกเอารัดเอาเปรียบสำหรับเพื่อการใช้งานได้น่าฟังว่ามีหลายๆท่านที่ได้เผชิญปัญหาสำหรับในการจำนองและทำให้ที่ดินบ้านต่างๆ

หายกันเป็นจำนวนมากก่อนที่จะมีการปฏิบัติงานก็เลยจะต้องเรียนข้อมูลให้ดีถึงการใช้งานทั้งนี้หากเรื่องที่น่าสงสัยสามารถที่จะซักถามทางกรมที่ดินได้ด้วยเหมือนกันเพื่อทราบข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

การถือกรรมสิทธิ์รวม การซื้อที่ดินหรือเงินร่วมกับคนอื่นหรือได้ที่ดินจากมรดกร่วมกับญาตินับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการครอบครองรวม ซึ่งบางทีอาจส่งผลให้เกิดความยุ่งยากในอนาคตได้

ด้วยเหตุนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองมีข้อควรระวังดังนี้ ควรหลบหลีกการซื้อที่ดินหรือห้องเช่าร่วมกับบุคคลอื่น เรื่องสัดส่วนความเป็นเจ้าของที่ดินจะตกลงกันเมื่อใดก็ได้

แต่ว่าถ้าหากตกลงกันได้เดิมทีก็ควรกำหนดไว้ตั้งแต่วันเข้าถือกรรมสิทธิ์รวม โดยลงบัญชีชนิด “นำเสนอส่วน” การรักษาโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ควรจะแน่ใจว่าคนเก็บรักษา

ไม่เอาโฉนดไปให้เจ้าหนี้ยึดไว้รับรองหนี้สิน การซื้อแบบเข้าครอบครองร่วมกับผู้ครอบครองนั้นไม่ควรทำ ควรให้เขาแยกที่ดินเท่าที่อยากได้ซื้อออกมาก่อน แม้กระนั้นถ้ารอมิได้ก็ให้ระบุไว้ภายในหนังสือสัญญา

จะซื้อจะขายว่าเมื่อโอนเสร็จแล้ว ให้ร่วมกันยื่นคำขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมโดยทันที สามีภรรยามีสิทธิ์ร่วมด้วยถ้าหากที่ดินเป็นสินสมรส แม้จะเซ็นชื่อในโฉนดเพียงผู้เดียว

แม้กระนั้นควรจะสั่งย้ำให้สามีภรรยาลงชื่อยินยอมกรณีขายออก เพราะเหตุว่ากระบวนการทำนิติกรรมเกี่ยวกับสินสมรสจำเป็นที่จะต้องได้รับความยินยอมจากคู่รักเสมอ

ถ้าไม่ได้รับความยินยอมพร้อมใจก่อน อีกฝ่ายอาจฟ้องให้เลิกการโอนนั้นได้ ควรจะทำความตกลงระหว่างเจ้าของรวมไว้ว่าถ้าเกิดจะขายเฉพาะส่วนจำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองรวมคนอื่นๆด้วย

ทางออกที่ดีที่สุดเมื่อมีการยึดทรัพย์ของเจ้าของรวมเพื่อขายทอดตลาดคือ ผู้ครอบครองรวมคนอื่นต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้กันส่วนของตัวเองออกจากการขายทอดตลาด

ในกรณีที่จ่ายเงินด้วยกันหรือมีกรณีอะไรก็ตามที่กฎหมายถือว่ามีสิทธิร่วมในที่ดิน อาทิเช่น จ่ายเงินซื้อคนละครึ่ง ควรจะเซ็นทั้งคู่คนเมื่อรับโอนสำหรับเพื่อการซื้อนั้น

หัวข้อการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมควรจะคำนึงหรือเรื่องทางเข้าออกให้สบาย ถ้าเกิดเป็นไปได้ก่อนที่จะเจ้าของที่จะยกที่ดินให้แก่บุตรหลานหรือทำพินัยกรรม

ควรจะแบ่งที่ดินไว้ให้เรียบร้อย มีทางเข้าออกเป็นของแต่ละแปลงการจัดการเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รวมควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง ซึ่งถ้าเป็นได้ไม่ควรถือกรรมสิทธิ์รวมจะดีเยี่ยมที่สุด เพื่อไม่ให้เสียทรัพย์เสียเวลาถ้าเกิดกำเนิดปัญหาขึ้น ลงบัญชีแบ่งในระหว่างขายฝากได้หรือไม่

ลงทะเบียนแบ่งแยกในระหว่างขายฝากได้หรือไม่

ในการขายฝากนั้นอาจมีกรณีที่มีการแยกแปลงในระหว่างที่ทำความตกลงขายฝาก โดยเหตุนั้นลองมองกรรมวิธีการลงทะเบียนแยกในระหว่างขายฝาก ว่ามีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง

1.  การขอรังวัดแยกทุกประเภทในระหว่างขายฝาก ให้ผู้ซื้อฝากเป็นผู้ยื่นคำขอตามกฎกติกาโดยได้รับความยินยอมจากผู้ขายฝาก โดยบันทึกต่อหน้าต่อตาพนักงานเจ้าหน้าที่หรือจะให้คำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

2.  เรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิรวมทั้งนิติกรรม (ท.ด. ๑) ในชนิดแยกต่างๆให้บรรยายด้วยตัวเขียนแดงให้ปรากฏวิธีขายฝากไว้

3.   ในรายการลงบัญชีแปลงเดิมให้เขียนคำว่า “ระหว่างขายฝาก” ไว้ใต้ชื่อจำพวกการที่ลงทะเบียนและก็หมายเหตุด้วยตัวหนังสือแดงว่า ”ที่ดินแปลงที่แยกไปนี้การขายฝากยังคงมีอยู่ตามคำสัญญาขายฝากฉบับที่…..ลงวันที่..”

4.  โฉนดที่ดินแปลงแบ่งให้เขียนชื่อผู้บริโภคฝากเป็นผู้ครอบครองไว้ข้างหน้า รวมทั้งชูรายการขึ้นทะเบียนชนิดขายฝากไปจดแจ้งไว้ในรายการลงทะเบียนหลังโฉนดโดยไม่ต้องให้คู่กรณีทำบันทึกกติกา (ท.ด. ๑๖)

5.   ที่ดินที่ได้มีการขึ้นทะเบียนขายฝากเฉพาะส่วนไว้ ถ้าผู้ครอบครองรวมแล้วก็ผู้ซื้อฝากตกลงแยกที่ดินออกจากกัน ให้พากเพียรแบ่งส่วนของคนซื้อฝากไว้เป็นแปลงคงเหลือ

หากส่วนของคนซื้อฝากเป็นแปลงแบ่งก็ให้หมายเหตุในรายการลงบัญชีแยกเฉพาะแปลงของคนซื้อฝากไว้ด้วยอักษรแดงว่า ”ที่ดินแปลงที่แยกนี้ยังติดวิธีขายฝากอยู่ตามสัญญาขายฝากฉบับที่……..ระบุวันที่…” ส่วนรายการลงบัญชีขายฝากที่จะยกไปจดแจ้งไว้ในโฉนดใหม่

6.   สำหรับเพื่อการลงทะเบียนแยก ถ้าคนขายฝากยินยอมให้ที่ดินแปลงที่แบ่งแยกออกไปพ้นจากสิทธิการไถ่คืนจากขายฝาก ก็ให้ลงทะเบียนในจำพวกปลดข้อแม้การไถ่จากขายฝาก

7.   ในเรื่องที่ที่ดินที่ขายฝากแบ่งแยกออกเป็นหลายแปลง คู่สัญญาจะตกลงกันไถ่การขายฝากแปลงใดแปลงหนึ่งก่อนก็ได้ เพราะฉะนั้นการเขียนทะเบียนแยกในระหว่างขายฝากสามารถทำได้ ก็แค่จะต้องทำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิและปกป้องความสับสนที่บางทีอาจเกิดขึ้นในคราวหลัง

การหยุดยั้งหนี้ มีแบบอย่างใดบ้าง เมื่อติดเงินก็ต้องจ่ายและชำระหนี้ แต่เข้าใจดีหรือยังว่า การใช้หนี้สามารถใช้เช่นไรได้บ้าง การห้ามหนี้โดยชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การวางทรัพย์

เพื่อจ่ายและชำระหนี้เท่านี้ แต่การหยุดหนี้สินโดยหลักแล้วมีอยู่ 5 กรณีด้วยกันเป็นการจ่ายหนี้ การปลดหนี้สิน คือ เจ้าหนี้ยอมปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยความรัก

ทำโดยขีดฆ่าหรือคืนเอกสารหลักฐานการติดหนี้ติดสินให้แก่ลูกหนี้ การหักกลบลบหนี้ ในกรณีที่บุคคลทั้งสองมีความเป็นเจ้าหนี้แล้วก็ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน ก็เอาหนี้ซึ่งกันและกันมาหักกลบกันไป การแปลงหนี้ใหม่ คือการเปลี่ยนสาระสำคัญของหนี้สิน

ได้แก่ สลับตัวเจ้าหนี้ สลับตัวลูกหนี้ เปลี่ยนวัตถุแห่งหนี้ ดังเช่นว่า นายเอติดหนี้ติดสินนายบีเป็นปริมาณ 1,000 บาท เพียงพอถึงกำหนดจ่ายหนี้ นายบีผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ให้นายเอขับรถส่งของแทนตนเป็นการจ่ายหนี้แทนเงิน หนี้เกลื่อนผสมกลมกลืน

คือ หนี้สินที่ความเป็นเจ้าหนี้และก็ลูกหนี้อยู่ในตัวคนเดียวกัน เป็นต้นว่านางแววติดหนี้ติดสินนายวี 40,000 บาท แม้กระนั้นคราวหลังนายวีตาย แล้วก็ทำพินัยกรรมชูสินทรัพย์ให้แก่นางแววแต่เพียงผู้เดียว

ถ้าหากเป็นเช่นนี้ข้อบังคับให้ถือว่าหนี้สินยับยั้งสิ้นไป เนื่องจากสิทธิและหน้าที่ของผู้เสียชีวิตตกอยู่ในตัวคนผู้เป็นลูกหนี้แล้ว แม้กระนั้นอย่างไรก็ดีจำต้องทำความเข้าใจว่า

กรณีหนี้เกินอายุความเป็นเพียงแค่ในกรณีที่ไม่อาจฟ้องคดีบังคับคดีต่อกันได้เท่านั้น แต่ว่าภาวะความเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ยังคงอยู่ ยังไม่ถือได้ว่าเป็นการระงับหนี้อะไร

เรื่องหนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆแม้กระนั้นก็มีเนื้อหาสำคัญแอบแฝงอยู่เช่นเดียวกัน จัดเป็นเรื่องใกล้ตัวที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกเพื่อไม่ให้เรื่องง่ายๆๆแบบนี้ก่อปัญหายุ่งยากตามมาคราวหลังได้

สัญญาขายฝาก การตกลงขายฝากนั้น ควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้ารายละเอียดของสัญญาให้ถูกต้อง เพื่อไม่สัญญาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นโมฆะหรือเกิดความอยุติธรรมแก่คนขายฝากและก็ผู้ซื้อฝาก

ซึ่งก็คือผู้มีสิทธิไถ่และก็ผู้รับการไถ่นั่นเอง โดยทางกรมที่ดินมีคำแนะนำที่ต้องดังต่อไปนี้ สัญญาขายฝากที่ตั้งเวลาไถ่ไว้ต่ำลงยิ่งกว่าสิบปี ก่อนที่จะถึงกำหนด

หากคนขายฝากเห็นว่าไม่บางทีอาจใช้สิทธิไถ่ด้านในกำหนดได้ ควรจะตกลงกับผู้ซื้อฝากเพื่อขอขยายกำหนดเวลาไถ่ และก็ควรจะมีหลักฐานเป็นหนังสือลงนามคนซื้อฝาก

โดยทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องนำกติกาดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมาจดทะเบียนต่อพนักงานข้าราชการ ในกรณีที่ขอขึ้นทะเบียนเมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่ไปแล้วควรจะมีหนังสือ

หรือหลักฐานเป็นหนังสือลงนามผู้ซื้อฝากที่ได้สร้างขึ้นก่อนจบตั้งเวลาไถ่มาแสดงต่อบุคลากรข้าราชการด้วย การเขียนทะเบียนไถ่คืนจากขายฝากเป็นคนละส่วนกับการใช้สิทธิไถ่

เพราะเหตุว่าการจดทะเบียนไถ่ถอนจะทำเมื่อใดก็ได้ แต่ว่าการใช้สิทธิไถ่จำเป็นต้องทำข้างในกำหนดเวลาไถ่ตามคำสัญญาขายฝาก โดยนำสินไถ่ส่งแก่คนรับการถอนภายในกำหนด

ถ้าหากผู้รับการไถ่เลี่ยงไม่ยอมให้มีการไถ่ ให้นำสินไถ่ไปวาง ณ ที่ทำการวางสมบัติพัสถานกลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรมด้านในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์สมบัติที่ได้วางไว้

สำหรับส่วนภูมิภาค วาง ณ ที่ทำการบังคับคดีรวมทั้งวางทรัพย์สินภูมิภาค หรือที่ทำการบังคับคดีจังหวัด สำหรับจังหวัดที่ไม่มีให้ติดต่อจ่าศาลของศาลจังหวัดนั้นๆ

เพื่อจัดส่งแก่สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์สินภูมิภาคถัดไป ดังนี้เมื่อใช้สิทธิไถ่แล้วควรรีบมาขอลงทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการอย่างรวดเร็ว แม้ทิ้งไว้บางทีอาจกำเนิดความเสื่อมโทรมได้

สำหรับในการลงทะเบียนขายฝากจำเป็นจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นค่าลงบัญชีขายฝากในอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมินเงินทุนดังที่คณะกรรมการตั้งราคาประเมินทุนทรัพย์ระบุ

ยิ่งกว่านั้นยังต้องชำระภาษีรายได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จะมีความคิดเห็นว่าการทำความตกลงอะไรก็ตามควรศึกษาค้นคว้าหลักเกณฑ์ให้ครบถ้วนบริบูรณ์ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและก็คุ้มครองป้องกันการเกิดปัญหาในวันหลังนั่นเอง

กลับสู่หน้าหลัก

นิยาย เว็บของคนรักการอ่าน นิยายออนไลน์ นิยายจีน นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล นิยายไทย นิยายกำลังภายใน นิยายแฟนตาซี นิยายรัก นิยายY อ่านนิยาย เขียนนิยาย