รับจำนองที่ดินตาบอด

รับจำนองที่ดินตาบอด

รับจำนองที่ดินตาบอด ที่ดินตาบอดไม่ต้องกลัวเรื่องของที่ดินตาบอดสำหรับการที่เราจะซื้อที่ดินสักแปลงหนึ่งนั้น แน่นอนว่าเราก็อยากได้ที่จะมีทางออกไปสู่ถนนสาธารณะเป็นของตนเองอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายสำหรับการเข้าออก รวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองป้องกันปัญหาที่อาจจะมีการเกิดขึ้นตามมาวันหลัง แม้ว่าจะมีข้อบังคับคถ้มครอบครองในเรื่องของ ที่ดินตาบอด อยู่ก็ตาม แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นหากว่าที่ดินของคนไหนเป็น ที่ดินตาบอด หรือดันซื้อที่ดินตาบอดมานั้นก็ไม่ต้องตกใจและตื่นตระหนกไปด้วยเหตุว่าตามกฎหมายแล้ว ที่ดินตาบอด นั้นสามารถผ่านที่แปลงที่ล้อมอยู่ไปสู่ถนนสาธารณะได้ หรือหากว่าที่นั้นสามารถออกสู่ถนนสาธารณะได้แต่ว่าจำต้องผ่านสระ บึง หรือสมุทร หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงยิ่งกว่ากันมากนั้นพวกเราก็สามารถออกโดยผ่านที่ดินของคนอื่นได้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่ากรรมวิธีการผ่านหรือทำทางผ่านนั้นก็จำเป็นที่จะต้องวิธีที่สร้างความเสียหายน้อยที่สุด โดยบางทีอาจจะสร้างเป็นถนนหนทางก็ได้ รวมทั้งแน่ๆว่า การผ่านที่ดินแปลงอื่นนั้นถึงแม้ที่ดินแปลงอื่นจะไม่ยินยอมพวกเราก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเหตุว่านี่นับว่าเป็นข้อกำหนดของข้อบังคับทั้งยังพวกเราสามารถผ่านได้โดยที่พวกเรานั้นไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเสนอเงินให้กับที่ดินแปลงที่ล้อมอยู่ก่อนที่จะพวกเราจะผ่านด้วยแม้กระนั้นถ้าว่าเป็นในกรณีที่ ที่ดินตาบอด จากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินมาจากแปลงใหญ่นั้น เจ้าของที่ดินแปลงที่แบ่งแยกกระทั่งเป็น ที่ดินตาบอด นั้นสามารถมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเท้าออกสู่ทางสาธารณะได้เฉพาะบนที่ดินแปบงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยที่เราไม่ต้องเสียค่าชดเชยอะไรก็ตาม

รับจำนองที่ดินตาบอด

ปัญหาจำนองสำหรับผู้ใดก็ตามที่กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจว่าจะมี ปัญหาจำนอง เกิดขึ้นจนถึงทำให้ทรัพย์นั้นหลุดจำนำไปนั้นก็จำเป็นที่จะเรียนเนื้อหาของข้อบังคับบ้าง หรือบางครั้งก็อาจจะใช้บริการของทนายเอาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชี้แนะตัวบทกฎหมายหรือการให้ร่างสัญญาจำนำ

ซึ่งที่จริงแล้วนั้น ปัญหาจำนำ ทางฝั่งของของผู้จำนองนั้นก็น่าจะไม่มีอะไรมาก เพียงแต่เรามองเรื่องของสัญญาให้เป็นไปตามข้อบังคับ แล้วหลังจากนั้นก็มองเรื่องของการใช้หนี้ให้ครบดังที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้ ด้วยเหตุว่ามิฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าเราใช้หนี้ไม่ครบพวกเรา

ก็จะโดนบังคับจำนองนั่นเองรวมทั้งการบังคับจำนำนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจว่าถ้าหากว่ามีการนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาดแล้วยังมีเงินเหลือหักใช้หนี้ใช้สินครบบริบรูณ์แล้วนั้นเงินก็จะตกเป็นของผู้ครอบครองสมบัติพัสถานที่จำนำ

ยิ่งกว่านั้นหากว่าพวกเราจำนองเพื่อรับรองหนี้ที่บุคคลอื่นจำเป็นต้องชำระนั้น หากว่าพวกเราเป็นคนชำระหนี้แทนไป เราก็สามารถที่จะไปฟ้องไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ที่พวกเราไปค้ำประกันจำนำให้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็คงจำเป็นต้องใช้ระยะด้วยเหตุว่าพวกเราจำเป็นต้อง

ใช้อิทธิพลของศาลสำหรับการฟ้องนั่นเองและก็หากว่าในสัญญาจำนองนั้นเจ้าหนี้ระบุเนื้อหาว่าห้ามพวกเรานำสมบัติพัสถานที่จำนองไปจำนองกับบุคคลอื่นๆอีกนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวไป

เพราะตามกฎหมายนั้นให้สิทธิ์พวกเราที่จะนำทรัพย์สินไปจำนำกับบุคคลอื่นได้อีกนั่นเอง และก็ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ข้อตกลงจำนองนั้นจึงควรทำเป็นหนังสือและก็ขึ้นทะเบียนต่อบุคลากรหน้าที่ด้วยเกิดขึ้นจนทำให้ทรัพย์สินนั้นหลุดจำนำไปนั้นก็ควรที่จะต้องศึกษารายละเอียดของข้อบังคับบ้าง หรือบางทีก็อาจจะใช้บริการของนักกฎหมายเอาก็ได้

ไม่ว่าจะคือเรื่องของการชี้แนะข้อกฎหมายหรือการให้ร่างสัญญาจำนำ ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้น ปัญหาจำนอง ทางฝั่งของของผู้จำนองนั้นก็คงจะไม่มีอะไรมากมาย เพียงแค่เรามองเรื่องของคำสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งดูเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายและชำระหนี้ให้ครบดังที่ได้ลงนามกันไว้ ด้วยเหตุว่ามิฉะนั้น

แล้วหากว่าเราจ่ายหนี้ไม่ครบเราก็จะโดนบังคับจำนำนั่นเองและก็การบังคับจำนำนั้นเราก็ไม่ต้องวิตกกังวลว่าถ้าเกิดมีการนำทรัพย์สมบัติไปขายทอดตลาดแล้วยังมีเงินเหลือหักจ่ายหนี้ครบถ้วนบริบูรณ์แล้วนั้นเงินก็จะตกเป็นของเจ้าของสินทรัพย์ที่จำนำ นอกนั้นหากว่าพวกเราจำนองเพื่อรับรองหนี้สินที่บุคคลอื่นจำเป็นที่จะต้องจ่ายนั้น

ถ้าว่าพวกเราเป็นคนชำระหนี้แทนไป เราก็สามารถที่จะไปฟ้องไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ที่เราไปค้ำประกันจำนำให้ก็ได้ แต่ว่าทั้งนี้ก็คงจะต้องใช้ระยะเพราะเหตุว่าเราจะต้องใช้อำนาจของศาลสำหรับในการฟ้องนั่นเองและก็ถ้าหากว่าในคำสัญญาจำนำนั้นเจ้าหนี้ระบุเนื้อหา

ว่าห้ามพวกเรานำทรัพย์ที่จำนำไปจำนองกับบุคคลอื่นๆอีกนั้นเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกลัวไป ด้วยเหตุว่าตามกฎหมายนั้นให้สิทธิ์เราที่จะนำสินทรัพย์ไปจำนองกับบุคคลอื่นได้อีกนั่นเอง และก็ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ สัญญาจำนำนั้นจำเป็นที่จะต้องทำเป็นหนังสือแล้วก็ลงบัญชีต่อบุคลากรหน้าที่ด้วย

ถ้าลูกหนี้พบเจอปัญหาทางด้านการเงินควรทำยังไง?ถ้าลูกหนี้ประสบปัญหาทางด้านการเงินควรทำอย่างไร?ลูกหนี้ธนาคารที่ประสบปัญหาทางด้านการเงิน กระทั่งไม่สามารถผ่อนส่งหนี้สินได้ มักหลงผิดคิดว่าจะไม่ผ่อนชำระต่อแล้ว จึงปลดปล่อยให้แบงค์ยึดบ้านไปโดยไม่ต้องจ่ายหนี้อีก

เพราะถ้าคุณไม่ใช้หนี้ นอกเหนือจากแบงค์จะมีสิทธิฟ้องบังคับจำนองเพื่อขายทอดตลาดเงินที่คุณนำมาจำนำ นำเงินมาใช้หนี้ใช้สินได้แล้ว ถ้าได้เงินไม่เพียงพอกับหนี้ แบงค์ยังมีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้ส่วนที่เหลือได้จนถึงครบตามสัญญาทางออกที่เยี่ยมที่สุด สำหรับลูกหนี้ที่เจอปัญหาทางการเงิน ก็คือ เข้าไปเจรจาต่อรองกับธนาคารในทันที ธนาคารบางทีอาจยอมให้ยืดระยะเวลาการผ่อนใช้หนี้ใช้สินออกไปอีก โดยให้คุณผ่อนชำระเฉพาะดอกในเวลานั้นก็ได้

วิเคราะห์โฉนดสำหรับเพื่อการพิจารณาโฉนดที่ดินเพื่อรู้จำพวกของการเขียนทะเบียน มาเป็นรูปแบบของจำพวกใดในส่วนนี้สามารถตรวจตราได้ด้วยตัวเองสุดแท้แต่เพื่อความมั่นใจและแน่ชัดในจำพวกของโฉนดมากขึ้นก็สามารถเดินทางไปที่กรมที่ดินเพื่อกระทำการตรวจตราได้แม้กระนั้นทั้งนี้ถ้าหากต้องการจะสำรวจอย่างคร่าว

โดยประมาณด้วยตนเองก็สามารถฟังตัวช่วยถึงที่เหมาะนี่โดยในการตรวจทานโฉนด แต่ละประเภทนั้นมีความต่างกันออกไป ประเภทบุริมะสิทธิ จำพวกการติดพันในอสังหาริมทรัพย์ ชนิดสิทธิเหนือพื้นดิน ชนิดสิทธิเก็บกิน ชนิดภาวะจำยอม จำพวกโอนมรดก

จำพวกปราศจากจำนอง ถ้าหากมีรายการลงทะเบียนจะส่งผลต่อที่ดินด้วย แล้วก็ในการตรวจทานการเขียนของข้าราชการ ลายเซ็นของเจ้าหน้าที่จะเป็นสีดำเท่านั้น มีปั๊มคนเซ็นดูแลไว้ พร้อมทั้งวันที่ห้ามมีการขีดฆ่า ให้เห็นเนื้อความเดิมหมายความว่าเป็นเอกสารปลอมแน่ๆซึ่งในส่วนนี้คุณเองก็สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ที่กรมที่ดิน

เพื่อความแม่นยำแต่ว่าของกินจะมีการพิจารณาเบื้องต้นก็สามารถที่จะทำได้ตามคำแนะนำของเราได้เพื่อเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการตรวจดูเยอะขึ้นเรื่อยๆดังนี้สำหรับเพื่อการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือต่างๆนั้นจะมีความละเอียดทำให้จะต้องมองทุกบรรทัดไม่ว่าจะเป็นเลขที่ดิน อัตราส่วนแผนที่ดูการแบ่งเส้นเป็นสีดำเป็นเขตแปลงธรรมดา

เส้นสีแดงเป็นการแดงเขตแปลงที่เหลือ เส้นสีเขียวแสดงการแบ่งแยกที่ดินเพิ่มเติมอีก แต่ละสีที่จะแสดงความหมายที่ไม่เหมือนกัน และก็การตรวจเลขที่ตรวจสอบต่างๆที่จะมองถึงความไม่เหมือนหรือความไม่ปกติไปจากโฉนดที่ดินธรรมดาทั่วๆไปซึ่งถึงแม้ว่าจะมีชนิดที่หลากหลายก็สามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน

รายจ่ายกรมที่ดินถ้าหากเอ่ยถึงการเป็นเจ้าของที่ดินต่างๆแน่ๆว่าก็จะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการครองหรือถ้าหากคุณนั้นมีความต้องการที่จะย้ายโอนที่ดินซึ่งทางนี้พวกเราจะมาแนะใช้จ่ายโดยประมาณเพื่อทำให้ท่านนั้นมีความสะดวกมากเพิ่มขึ้นเมื่อได้

ทำรายการกับที่กรมที่ดินนั่นเองโดยในขณะนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็สามารถที่จะตรวจทานถึงค่าใช้จ่ายกรมที่ดินโดยผ่านระบบเว็บออนไลน์ได้สุดแท้แต่ดังนี้ก็เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งที่จะแสดงถึงราคาในจำนวนเงินที่คุณสามารถตระเตรียมมาได้แต่เพื่อความแน่ชัดมากยิ่งขึ้นก็จำเป็นที่จะต้องสำรวจค่าใช้จ่ายที่แม่นยำกับทางกรมที่ดินอีกครั้ง

โดยทั้งนี้จะมีกาประเมินทั้งราคาขายราคาประเมินและก็วันที่ครองพร้อมวันที่จะโอนที่ดินเพื่อทำให้สะดวกต่อการใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆแน่นอนเมื่อมีความต้องการจะโอนกรรมสิทธิ์ในส่วนนี้ก็สามารถที่จะพบกับความสบายได้อย่างเร็วและก็ดังนี้ก็จะยกตัวอย่างการหักรายจ่ายตามจำนวนปีการถือครองได้แก่ 1 ปีจะมีการหักรายจ่ายสำหรับการครอง 92%

หรือถ้าเกิดมีการถือครองมากกว่า 8 ปีจะมีการหักรายจ่ายสำหรับเพื่อการครอง 50% ด้วยกันฉะนั้นแสดงให้เห็นว่าสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะมีการครองหรือมีการโอนถ่ายที่ดินต่างๆก็ควรมีการตรวจทานข้อมูลก่อนที่จะเดินทางไปที่กรมที่ดิน

ซึ่งลู่ทางนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดสำหรับคนสมัยใหม่ในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆที่สามารถเข้าใช้งานผ่านหนทางออนไลน์เพื่อดูงบประมาณในเบื้องต้นว่าอยู่ในจำนวนเงินมากแค่ไหนและก็สามารถเดินทางไปที่กรมที่ดินเพื่อสำรวจถึงปริมาณที่แน่ๆ

คำขอลงทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นการจดทะเบียนยืนยันในการครอบครองจำพวกของสิทธินั้นๆเพื่อแสดงความอยากรวมทั้งปฏิบัติการในด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งผองรวมทั้งแน่นอนว่ามีแบบชนิดที่นานาประการก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณนั้นจะมีการสมัครสมาชิกในรูปแบบชนิดใดซึ่งคำร้องขอขึ้นทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสามารถที่จะจัดการถึงที่กะไว้กรมที่ดิน

สำหรับจำพวกของอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นชนิด การเขียนทะเบียนขาย การเขียนทะเบียนให้ การจดทะเบียนจำนอง การเขียนทะเบียนแลก การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมหรืออีกมากมายที่เป็นอสังหาริมทรัพย์แค่นั้น นอกเหนือที่เป็นการลงบัญชีที่ต้องมีการประกาศหรือการรังวัดจะไม่สามารถที่จะให้ข้าราชการที่กรมที่ดิน

สำหรับการทำงานให้ได้จำเป็นที่จะต้องผ่านทางไปอำเภอหรือผู้ดูแลแทนเท่านั้นซึ่งบอกได้เลยว่าในการปฏิบัติงานจดทะเบียนต่างๆไม่ใช่เรื่องที่ยากถ้าเกิดคุณได้มีทางเตรียมหลักฐานสำหรับเพื่อการขึ้นทะเบียนใหม่อย่างเรียบร้อยก็สามารถที่จะปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วได้แล้วทั้งนี้สำหรับการเสนอแนะถึงการเขียนทะเบียนสิทธิ

และนิติกรรมจะมีผลให้คุณนั้นง่ายต่อการจัดเตรียมหลักฐานและก็การปฏิบัติการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนที่จะจะต้องมีการจดทะเบียนว่าจำเป็นต้องเตรียมตัวเช่นใดก็จะเป็นช่องทางที่น่าสนใจให้กับคุณได้เพื่อจะมีการปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นโดย

ซึ่งสามารถเจอกับการให้บริการที่สะดวกเร็วทันใจผ่านหนทางอินเตอร์เน็ตออนไลน์ด้วยเพื่อเพิ่มการเตรียมเอกสารแล้วก็การปฏิบัติงานได้อย่างเต็มเปี่ยมมากเพิ่มขึ้นที่คุณนั้นสามารถสำรวจถึงกับขนาดตอนสำหรับในการจัดการ

ขายฝากเฉพาะส่วน

บอกได้เลยว่าสำหรับในขณะนี้ที่มีผู้คนนำที่ดินมาต่างๆไปขายฝากแล้วก็บางครั้งอาจจะโดนสูญเสียที่ดินและบ้านกันไปเยอะๆโดยที่ไม่ทันระวังในการทำธุรกรรมจำพวกนี้ ควรมีวิธีการทำความเข้าใจในการขายฝากกันก่อนด้วยเหตุว่าเป็นลักษณะของสัญญาซื้อขายซึ่งคำสัญญากรรมสิทธิ์

จะตกไปเป็นของคนซื้อโดยมีกติกาว่าผู้ขายสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้โดยสำหรับเพื่อการขายฝากนั้นเป็นข้อตกลงที่กรรมสิทธิ์ตกไปเป็นของคนซื้อฝากทันทีที่ขึ้นทะเบียน ผู้ฝากจะมีสิทธิ์ในการไถ่ที่ดินคืนได้ตามช่วงเวลาที่ได้มีการกำหนดแค่นั้น โดยตามกฎหมายได้มีการระบุว่าหากเป็น

อสังหาริมทรัพย์ระบุเป็น 10 ปีรวมทั้งถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์กำหนดเป็น 3 ปีตั้งแต่วันจำหน่ายฝากและดังนี้สามารถขยายระยะเวลาสำหรับในการไถ่ที่ดินคืนได้กี่ครั้งก็ได้แต่ว่าควรจะมีช่วงเวลารวมกันไม่เกิน 10 ปีนั้นเอง ซึ่งทางนี้คุณเองก็ควรจะมีการมองถึงคำสัญญาให้ดีก่อนจะมีการขายฝาก

เพื่อทำให้ไม่สูญเสียสำหรับทรัพย์สินในขณะที่ดินและก็บ้านคอนโดกันไปสำหรับการตกลงใจทำธุรกรรมประเภทนี้ก็ต้องมีการระมัดระวังสำหรับผู้ลงทุนที่จะมีการเอาเปรียบคุณได้นั่นเองและสำหรับการชี้แจงถึงแนวทางการขายฝากที่จริงจริงก็จะทำให้คุณนั้น

ซ้ำถึงความหมายในการใช้งานและก็ข้อบังคับที่ได้มีการเจาะจงไว้อย่างชัดเจนเพื่อที่จะทำให้การใช้บริการนั้นสามารถทำได้อย่างเต็มที่ซึ่งบอกได้เลยว่าคุณเองสามารถที่จะตกลงใจให้ดีก่อนที่จะมีการใช้งานเบอร์ที่จะลดปัญหาที่จะตามมาวันหลังได้นั่นเองรวมทั้งแน่นอนว่าการขายฝากในลักษณะนี้สามารถที่จะได้โอกาสได้รับทรัพย์สินต่างๆคืนแต่ว่าก็จึงควรอยู่ในระยะเวลาที่ระบุก็เลยจำเป็นต้องทำตามอย่างกฎข้อบังคับที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ด้วย

ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน คอนโด ทาวน์โฮมหัวข้อสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม หัวข้อหลักที่จำเป็นต้องทราบคนไหนกันแน่ที่คิดจะซื้อบ้าน คอนโด หรือทาวน์โฮม ใช่ว่าจำเป็นจะต้องจัดเตรียมเงินดาวน์ หรือเงินกู้บ้านหลังจากธนาคารอนุมัติสินเชื่อเป็นระเบียบแล้วอย่างเดียวเพียงแค่นั้น

ด้วยเหตุว่าในวันโอนกรรมสิทธิ์ในกรมที่ดิน จะมีค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมต่างๆเกิดขึ้น โดยมีทั้งยังส่วนผู้ขายรับผิดชอบ แล้วก็ผู้บริโภคจะต้องจ่าย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ รวมทั้งมาตราการรัฐลดโอน-จำท่วม ข่าวดีสำหรับคนอยากซื้อบ้านขยายความ 5 รายจ่าย

ในการโอนบ้าน คอนโด ทาวน์โฮมค่าธรรมเนียมการโอน = คิดเป็น 0.01% ของราคาประเมินที่ดินและก็สิ่งปลูกสร้างหรือราคาที่ขาย ค่าจำนอง = คิดเป็น 1% ของราคาที่จำนำหรือยอดเงินกู้ทั้งสิ้นค่าอากรแสตมป์ = คิดเป็นร้อยละ 0.5% ของราคาซื้อขายแลกเปลี่ยน

แต่ว่าไม่ต่ำยิ่งกว่าราคาประเมินเงินทุน ถ้าต่ำกว่าให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์คำนวณ แล้วก็หากเสียภาษีอากรธุรกิจเฉพาะแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียค่าอากรแสตป์อีกค่าภาษีอากรเงินได้บุคคลธรรมดา = จะถูกหัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร สามารถคำนวณภาษีที่ถูกหักได้จากที่นี่

ค่าภาษีอากรธุรกิจเฉพาะ = คิดเป็น 3.3% กรณีผู้ขายเป็นเจ้าของบ้านหรือซื้อบ้านแผนการใหม่ถือครองไม่เกิน 5 ปี แต่ว่าหากเกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ผู้ขายควรต้องจ่ายค่าอากรดวงตราไปรษณียากรด้วย

จำนองก็เป็นประกันหนี้อีกประการหนึ่ง จำนำคือการใครคนหนึ่งเรียกว่า ผู้จำนองเอาอสังหาริมทรัพย์ อันได้แก่ ที่ดิน บ้านช่องเป็นต้น ไปยี่ห้อไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจำนองหรือนัยหนึ่งผู้จำนองเอาเงินทองไปทำหนังสือจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเพื่อเป็นประกันการใช้หนี้ของลูกหนี้

โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้เจ้าหนี้ผู้จำนองบางทีอาจเป็นตัวลูกหนี้เอง หรือจะเป็นบุคคลภายนอกก็ได้ ตัวอย่างเช่น นายดำ กู้หนี้ยืมสินนายแดง 100,000 บาท เอาที่ดินของตนเองจำนำหรือนายเหลืองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเอาที่ดินจำนำจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเป็นประกันหนี้สินนายดำ

ก็ทำได้อย่างเดียวกันเมื่อจำนำแล้วถ้าเกิดลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เจ้าหนี้ก็มีอำนาจยึดทรัพย์ที่จำนำออกขายทอดตลาดเอาเงินจ่ายและชำระหนี้ได้และก็มีสิทธิพิเศษได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้ธรรมดาทั่วไป กู้หนี้ยืมสินแล้วมอบโฉนด หรือ น.ส. 3

ให้เจ้าหนี้ยึดถือไว้มิใช่จำนำเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิพิเศษเป็นเพียงเจ้าหนี้ธรรมดา แม้กระนั้นมีสิทธิยึดโฉนดหรือ น.ส. 3 ไว้ตามข้อตกลงกระทั่งลูกหนี้จะจ่ายและชำระหนี้ฉะนั้นหากจะทำจำนองก็จำเป็นต้องลงทะเบียนให้ถูกต้อง ทรัพย์สินที่จำนอง :สินทรัพย์ที่จำนองได้ คืออสังหาริมทรัพย์อันหมายความว่า สมบัติพัสถานที่ไม่อาจจะเคลื่อนได้

อย่างเช่น ที่ดิน บ้านเมือง เรือกสวนไร่ฯลฯ นอกเหนือจากนี้สังหาริมทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้บางสิ่ง เป็นต้นว่าเรือกำปั่น เรือกลไฟ แพ ที่พักที่อาศัย และก็สัตว์พาหนะ ถ้าหากได้ขึ้นทะเบียนไว้และก็บางทีอาจนำจำนำได้ดุจกันเมื่อเจ้าของสินทรัพย์นำไปจำนองไม่มีความจำเป็นต้องมอบทรัพย์สินที่จำนำให้แก่เจ้าหนี้ผู้ครอบครองยังถือครองใช้ประโยชน์

ยกตัวอย่างเช่น อยู่อาศัยในบ้าน หรือทำสวนทำไร่หาผลประโยชน์ได้ต่อไปนอกจากบางครั้งก็อาจจะโอนขายหรือนำไปจำนองเป็นประกันหนี้สินรายอื่นถัดไป ก็ย่อมทำเป็นส่วนเจ้าหนี้นั้นการที่ลูกหนี้นำสมบัติพัสถานไปจดทะเบียนจำนำก็นับได้ว่าเป็นประกันหนี้สินได้อย่างมั่นคงถาวรไม่มีความจำเป็นต้องเอาทรัพย์สมบัตินั้นมาครอบครองเอง

ผู้จำนองต้องระวัง :ผู้มีสิทธิจำนองได้เป็นผู้ครอบครองหรือผู้มีสิทธิ์ในเงินทอง ถ้าหากเจ้าของจำนองทรัพย์สินด้วยตัวเองก็ไม่มีปัญหาแต่ว่าถ้ามอบให้บุคคลอื่นไปทำจำนองแทน บางครั้งก็บางทีอาจเกิดปัญหาได้ข้อควรรอบคอบเป็นควรเขียนใบมอบฉันทะหรือใบมอบอำนาจให้ชัดแจ้งว่า

ให้ทำจำนองไม่สมควรเซ็นแต่ว่าชื่อแล้วปลดปล่อยค้างไว้อันบุคคลอื่นนั้นบางทีอาจกรอกข้อความเอาเองแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปทำประการอื่นอันไม่ตรงตามความจำนงของพวกเราเป็นต้นว่า

บางทีอาจเสริมเติมเนื้อความว่าให้อำนาจให้โอนขายแล้วขายเอาเงินใช้ประโยชน์ส่วนตัวเสีย ฯลฯ เราผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติผู้มอบอำนาจบางครั้งอาจจะจำเป็นต้องถูกผูกพันตามสัญญาซื้อขายนั้นเพราะเหตุว่าประมาทเลินเล่ออยู่ด้วย

ผู้รับจำนำต้องระมัดระวัง :ผู้รับจำนำสินทรัพย์ก็ต้องระวังเช่นกันควรจะติดต่อกับเจ้าของทรัพย์หรือเจ้าของที่โดยตรงแล้วก็ควรจะตรวจดูที่ดินสินทรัพย์ที่จำนองว่ามีอยู่จริงตรงกับโฉนดเคยปรากฏว่ามีผู้นำโฉนดที่ดินไปประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยแต่ที่ดินตามโฉนดนั้นกลับเป็นถนนหนทางเหลือจากการจัดสรรหรือที่ดินตามโฉนดนั้นพังลงน้ำไปหมดแล้ว

โดยเหตุนั้นผู้รับจำนำก็เลยไม่ควรรับจำนองหรือติดต่อทำสัญญากับบุคคลอื่นหรือคนที่กล่าวถึงว่าเป็นตัวแทน เพราะถ้าปรากฏในตอนหลังว่าบุคคลนั้นทำใบมอบฉันทะหรือใบมอบอำนาจปลอมขึ้นแล้วนำที่ดินอื่นมาจำนองแม้พวกเราผู้รับจำนองจะมีความสุจริตอย่างไรผู้ครอบครองอันแท้จริงก็มีสิทธิติดตามเอาคืนที่ดินของเขาได้โดยไม่ต้องไถ่ถอน

คนรับโอนรวมทั้งผู้รับจำนองซ้อนก็ต้องระมัดระวัง :สินทรัพย์ที่จำนองนั้นผู้ครอบครองจะนำไปจำนำซ้ำหรือโอนขายต่อไปก็ย่อมทำเป็นผู้รับจำนองคนหลังจำต้องพิเคราะห์ว่าทรัพย์สมบัตินั้นเมื่อขายทอดตลาดจะมีเงินเหลือเพียงพอจ่ายหนี้ของตัวเองไหมเนื่องจากเจ้าหนี้คนแรกมีสิทธิได้รับการจ่ายชำระหนี้ก่อนคนหลังมีสิทธิ

แต่เพียงได้ใช้หนี้เฉพาะที่เหลือผู้รับโอนหรือคนซื้อทรัพย์สินที่จำนองก็ต้องระวังสิ่งเดียวกันเพราะเหตุว่ารับโอนทรัพย์โดยมีภาระหน้าที่จำนำก็จำเป็นต้องไถ่ถอนจำนำโดยใช้หนี้ใช้สินให้แก่เจ้าหนี้มิฉะนั้น เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับจำนองยึดทรัพย์สินเอาที่ดินออกขายขายทอดตลาดซึ่งหากผู้รับโอนสู้ราคามิได้ ทรัพย์หลุดมือไปเป็นของผู้อื่น ด้วยเหตุนี้ที่ซื้อมา

เงินคืออะไร…(What is money)

เงิน หมายถึง วัตถุหรือเอกสารอะไรก็ตามที่เป็นที่ยอมรับกันโดยธรรมดาในการแลกกับสินค้าและก็บริการ และก็ใช้จ่ายและชำระหนี้ในประเทศหนึ่งๆหรือในบริบทสังคมเศรษฐกิจหนึ่งๆได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หน้าที่หลักของเงินจำแนกประเภทได้ว่า

เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน เป็นหน่วยวัดราคา เป็นเครื่องรักษาราคา และ บางครั้งในอดีตกาล เป็นมาตรฐานการจ่ายหนี้ภายหน้า วัตถุหรือเอกสารที่ตรวจดูได้รวมทั้งไม่เป็นอันตรายใดๆก็ตามที่สามารถทำหน้าที่กลุ่มนี้ล้วนเป็นเงินทั้งหมดทั้งปวงเงินถือกำเนิดขึ้นเป็นเงินที่เป็นสิ่งของ (commodity money)

แต่ระบบเงินร่วมยุคเกือบทั้งหมดเป็นแบบเงินกระดาษ (fiat money)เงินกระดาษนั้นไม่มีมูลค่าใช้สอยโดยความเป็นจริงเฉกเช่นผลิตภัณฑ์ทางกายภาพ และก็ค่าของเงินกระดาษมาจากการประกาศของรัฐบาลให้เป็นเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โน่นคือ

เงินนั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับการยอมรับให้เป็นแบบการแลกเปลี่ยนข้างในขอบเขตของประเทศ กับ “หนี้สินทั้งหมดทั้งปวง ทั้งหนี้สาธารณะแล้วก็เอกชน”จำนวนเงินหมุนเวียนในประเทศประกอบด้วยเงินตรา (ธนบัตรและก็เหรียญกษาปณ์) แล้วก็เงินออม (ดุลที่ถือไว้ภายในบัญชีเดินสะพัดรวมทั้งบัญชีออมทรัพย์)

เงินฝากกระแสรายวันปกติมักเป็นจำนวนเงินทุนหมุนเวียนสัดส่วนใหญ่ที่สุดทำไมจะต้องใช้เงิน เรื่องของเรื่องก็คือ อดีตมนุษย์เราเวลาผลิตอะไรได้ เช่น นายเอ เลี้ยงไก่ ส่วนนายบี ปลูกข้าว นายซี ปลูกผัก ส่วนนายดี ทอผ้า ถ้าหากอีกทั้ง 4 คนอยากกินอีกทั้งไก่

ข้าว ผัก และอยากได้ผ้ามาตัดเสื้อผ้าใส่ ก็สามารถเอาของมาแลกเปลี่ยนกันได้ ซึ่งเรียกว่าระบบการแลกของต่อของ (Barter system) แต่ปัญหามันก็เกิดขึ้นตรงที่ว่าโลกนี้มิได้มีคนเพียงแค่ 4 คน และผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้มีแค่ 4 อย่าง

ซึ่งพวกเราบางทีอาจสรุปอุปสรรคที่มีความสำคัญที่จะเกิดขึ้นในโลกของความจริงได้ดังต่อไปนี้ปัญหาแรกเป็น สิ่งที่มีความต้องการของแต่ละคนไม่ตรงกัน ฉะนั้น การแสวงหาค้นหาให้พบคนที่ต้องการของที่พวกเราผลิตก็อาจจะจะต้องใช้เวลานาน

และไม่สะดวกทันใจปัญหาที่ 2เป็นของที่แลกเปลี่ยนกันไม่สามารถเก็บเอาไว้ในอนาคต ได้แก่ ผ้าหรือข้าว บางครั้งก็อาจจะเก็บได้นานหน่อย แต่ว่าคนที่ผลิตไก่กับผักก็ย่อมที่จะเก็บของที่ตนผลิตไว้ได้ไม่นาน ฯลฯปัญหาที่ 3หมายถึงแล้วจะเอาของที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยนกันยังไง

ในอัตราการแลกเปลี่ยนยังไง เพื่อเกิดความเที่ยงธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ก็เลยบางทีอาจต้องหาอะไรที่ช่วยวัดมูลค่าของสินค้าได้หน้าที่ของเงิน ด้วยปัญหาข้างต้น เงินจึงเกิดขึ้นแล้วก็ปฏิบัติภารกิจดังนี้

*เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange)

*เป็นที่เก็บรักษาราคา (Store of value)

*เป็นหน่วยวัดราคา (Unit of account)

*เป็นมาตรฐานสำหรับเพื่อการจ่ายและชำระหนี้ในอนาคต (Standard of deferred payment) หน้าที่นี้เกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อขายสินค้าเงินเชื่อกัน เพราะการกำหนดเป็นการคืนด้วยเงินนั้น ย่อมที่จะดีมากกว่าการกำหนดการคืนด้วยผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจมีปัญหาทั้งยังด้านขนาด ปริมาณและคุณภาพ อีกทั้งสินค้าบางอย่างยังบางทีอาจบูดเน่าได้ง่าย

กลับสู่หน้าหลัก

นิยาย เว็บของคนรักการอ่าน นิยายออนไลน์ นิยายจีน นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล นิยายไทย นิยายกำลังภายใน นิยายแฟนตาซี นิยายรัก นิยายY อ่านนิยาย เขียนนิยาย